;

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


       

    HAIR TRIP FOR BEAUTY HAIR

 

1. การสระผมเพื่อถนอมเส้นผม

จริงๆ แล้วการสระผมเป็นเรื่องที่ง่าย ทำเป็นประจำ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยไม่ทราบวิธีการสระผมที่ทำให้ผมไม่หลุดร่วงหรือแห้งกรอบ จริงๆ แล้วการดูแลเส้นผมต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกสุด คือ อุณหภูมิของน้ำ เรามาเริ่มดูวิธีสระผมที่ถนอมเส้นผม ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการสระผม :

1. ล้างผมด้วยน้ำเปล่า ทำผมให้เปียกด้วยน้ำเปล่า เป็นการล้างสิ่งสกปรก เหงื่อ น้ำมัน บนหนังศรีษะรอบหนึ่ง สิ่งที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือ ควรใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็น เนื่องจากน้ำร้อนจะไปกระตุ้นหนังศรีษะล้างน้ำมันออกให้แห้งจนเกินไป อาจเปรียบได้กับปลาเขตหนาวและเขตร้อน เช่น ปลาเขตหนาวของมหาสมุทรแอตแลนติก หรือ อลาสก้าประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาเขตร้อน มีชั้นไขมันเปลือกผิวหนากว่า ทานแล้วอารมณ์ดีกว่า อีกทั้งเนื้อปลาเขตหนาวจะลื่นกว่าปลาเขตร้อน ไขมันใต้ผิวหนังศรีษะสำคัญมาก คนที่มีสุขภาพผมแข็งแรง ลองดึงผมออกมา สังเกตุตรงโคนผมจะมีไขมันติดมามากและลึก ผมหลุดร่วงน้อยกว่า สำหรับคนที่ไขมันใต้ผิวหนังศรีษะบาง จะยิ่งทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

แม้กระทั่งเคยสังเกตุไหมว่า ทำไมคนเอเชียโดยรวมดูอ่อนเยาว์กว่าคนฝรั่ง เนื่องจากภูมิประเทศที่หนาว ทำให้คนที่อยู่เขตหนาวต้องอาบน้ำร้อนไปโดยปริยาย ซึ่งสังเกตุว่าผิวจะแห้งมาก ผมจะบางมาก ยังไม่นับตอนแก่ เช่นเดียวกับหนังศรีษะ การใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนสระผม หรือแม้กระทั่งอาบน้ำ จะสังเกตุได้เลยว่า คนที่อาบน้ำอุ่นผิวจะไม่ลื่นเท่ากับคนที่อาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาหรือน้ำเย็นเป็นประจำ ถึงแม้ว่าดูผิวเผินจะนุ่มเหมือนกัน แต่ความลื่นที่สัมผัสจะต่างกัน

น้ำร้อนหากจะใช้ได้ คือ น้ำแร่ เช่น น้ำพุร้อนตามสถานที่ต่างๆ หรือ น้ำพุร้อนที่ประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ แต่ต้องเป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุจริงๆ น้ำร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน แร่ธาตุต่างๆ จะเข้าไปตามรูขุมขนช่วยรักษาผิวหรือหนังศรีษะได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำพุร้อนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมกันมาก อาบแล้วผิวนุ่มและสวย

เพราะฉะนั้น หนังศรีษะที่สระด้วยน้ำร้อน จะทำให้ล้างน้ำมันที่หนังศรีษะออกมากจนเกินไป บ่อยๆ เข้าจะทำให้หนังศรีษะแห้ง ตกสะเก็ด ผมร่วง รู้อีกทีเมื่อสายไปแล้ว ชั้นไขมันใต้ผิวไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ เช่นเดียวกับผิวหน้า เมื่อชั้นหนังกำพร้าซึ่งสะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้ว 25 - 30 ชั้นถูกขัดหรือทำลายให้บางลงแล้ว เสมืองเกาะกำบังหายไป ไม่มีตัวกั้น ผิวก็จะแพ้ง่าย โอกาสที่ผิวจะกลับมาแข็งแรงค่อนข้างยาก นอกจากนั้น น้ำร้อนจะทำให้เส้นผมแห้งกรอบและแข็งทื่อ ดังนั้น เราควรทะนุถนอมเส้นผมกันตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ ใช้น้ำอุณหภูมิธรรมดาหรือน้ำเย็นสระผม น้ำธรรมหรือน้ำเย็นจะช่วยปิดเกร็ดผมด้วย เมื่อเส้นผมสะท้อนกับแสงแดดแลดูเงางาม

2. นวดหนังศรีษะ ในระหว่างที่ล้างผมด้วยน้ำเปล่า นวดหนังศรีษะเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี อย่าลืมว่าเส้นผมที่สุขภาพดีต้องการเลือดที่ไหลเวียนเข้ามาบำรุงรากให้แข็งแรง ขั้นตอนนี้ทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกมาได้มากขึ้น สามารถทำไปพร้อมกันตอนสระผมได้

3. ใส่แชมพู (Shampoo) ลงไปบนศรีษะและเส้นผม การสระผมควรชโลมแชมพู (Shampoo) เข้าไปทั่วเส้นผมเพื่อล้างสิ่งสกปรกให้หมด เช่นเดียวกับการเตรียมผิวก่อนบำรุงผิว ขั้นตอนการทำความสะอาดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเตรียมผิว เส้นผมเองก็เช่นกัน เพื่อไปสู่ขั้นตอนการบำรุงด้วยครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) ต่อไป ควรสระเส้นผม (Shampoo) ให้ละเอียด ไม่หนักมือจนเกินไปเนื่องจากเส้นผมที่โดนน้ำแล้ว ในขณะนั้นเส้นผมกำลังอ่อนแออยู่ ขาดหลุดร่วงได้ง่าย แล้วผมจะหลุดร่วงในขั้นตอนนี้มากที่สุด ควรสระไม่เกิน 2 ครั้ง เกินจากนี้ถือว่ามากเกินไป จะทำให้ผมมีโอกาสขาดหลุดร่วงได้มากขึ้น

สำหรับผมสั้นถึงประบ่า ควรสระผม (Shampoo) วันเว้นวัน และสำหรับผมยาว ควรสระผม (Shampoo) 2 - 3 วันครั้ง ไม่ควรสะผมบ่อยจนเกินไป จะทำให้ผมมันและหลุดร่วงได้ง่าย คนผมยาวมีโอกาสหลุดร่วงของเส้นผมได้มากกว่าคนผมสั้นเป็นปรกติ ทุกวันที่หวีผมจะมีเส้นผมที่หลุดร่วงออกมามากกว่าคนผมสั้น ดังนั้นหากสระผมมากขึ้น คือการดึงผมมากขึ้น การหลุดร่วงก็จะยิ่งมีมากขึ้น

การเว้นวันที่สระผม สำหรับผมสั้นถึงประบ่า ควรสระผม (Shampoo) วันเว้นวันเป็นอย่างน้อยในการเว้นวันสระผม และสำหรับผมยาว ควรสระผม (Shampoo) 2 - 3 วันครั้งเป็นอย่างน้อยในการเว้นวันสระผม สำหรับคนที่หนังศรีษะมีปัญหาหรือผมบางมาก ควรสระผมสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง อาจจะเป็นการฝืนที่ต้องให้หนังศรีษะมัน แต่เมื่อทำไปสักพักแล้ว หนังศรีษะจะปรับตัวได้เอง เซลล์ในร่างกายของเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดมาก จะปรับตัวให้เข้ากับกิจวัตรการดำเนินชีวิตของเรา แต่ควรเลือกแชมพูที่ถูกกับหนังศรีษะของเราประกอบด้วย

4. ล้างแชมพู (Shampoo) ด้วยน้ำสะอาด ล้างยาสระผมหรือแชมพูออกด้วยน้ำเปล่าที่อุณหภูมิปรกติ และมั่นใจให้ได้ว่าไม่มียาสระผมหรือแชมพูตกค้างอยู่ อันจะเป็นสาเหตุของรังแคได้

5. ใส่ครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) วัตถุประสงค์ของครีมนวดผม (Conditoner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) คือ ให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผมที่บำรุงไม่ถึง เส้นผมได้รับการหล่อเลี้ยงจากเลือดบนหนังศรีษะ สังเกตุได้ว่า คนที่มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงเส้นผมก็จะอ่อนแอไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และการที่เลือดจะมาหล่อเลี้ยงถึงปลายผมค่อนข้างยาก โดยเฉพาะคนผมยาว ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบำรุงเส้นผม ควรใส่ครีมนวดผมให้ทั่วปลายเส้นผมทุกเส้น แล้วค่อยใช้มือที่มีครีมนวดผมเหลืออยู่ลูบที่โคนผมเล็กน้อยเนื่องจากมีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่แล้ว และไม่ให้มันจนเกินไป ควรนวดเส้นผมให้ละเอียดทุกเส้นแล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาทีทุกครั้ง

6. ล้างออกด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่าที่สะอาดอุณหภูมิปรกติหรือน้ำเย็นให้สะอาด และเพื่อปิดเกร็ดผมให้เส้นผมเงางาม

7. เช็ดผมให้แห้ง เช็ดผมให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่ซับน้ำได้ดี เช็ดเบาๆ อย่าถูจะทำให้ผมที่อยู่ในช่วงที่อ่อนแอขาดได้ง่าย

8. เป่าผมให้แห้ง เป่าผมให้แห้งด้วยไดร์เย็นหรือไดร์ร้อนเพื่อให้ผมแห้งเร็วขึ้น จริงอยู่ว่าการไดร์ผมด้วยความร้อนมีโอกาสทำให้ผมเสีย แต่ต้องยอมรับว่า การไดร์ผมบ่อยๆ เทียบไม่ได้กับการใช้เคมีบนเส้นผมเพียงครั้งเดียว การไดร์ผม ผมได้รับความร้อนเฉพาะตอนไดร์แล้วจบ แต่เคมีจะเข้าไปทำปฎิกริยาในเส้นผมให้เป็นไปตามที่เคมีนั้นๆ ทำได้ เช่น เปลี่ยนสี เป็นลอน เคมีจะเข้าไปทำปฎิกริยาถึงแกนผม โดยเฉพาะทำสีผม ไม่สามารถล้างออกด้วยยาสระผม หากสีจะซีดลงหรือจะสว่างขึ้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะคุณภาพของน้ำยาโกรกผม การทำรีบอน (Re - Born) ในช่วงแรกอาจดูสวย แต่หากดูถึงความเป็นธรรมชาติแล้ว ความพริ้วไหวที่ปลายผมจะต่างกัน เมื่อเทียบกับคนไดร์ผมตรง ที่ปลายผมจะดูนุ่นและดูมีชีวิตชีวากว่า

การให้ผมแห้งตามธรรมชาติควรอยู่ในห้อง ไม่ควรให้ผมแห้งจากการไปเดินข้างนอก เนื่องจากลมธรรมชาติหรือโดยเฉพาะชายทะเล การเข้ามาของลมไม่สม่ำเสมอกัน มีสิ่งสกปรกมากมายที่จะเข้ามาทำให้ติดเส้นผมได้ง่ายขึ้นในช่วงที่ผมเปียกอยู่ อีกทั้งยังทำให้ผมพันกันและยุ่ง สังเกตุตอนนั่งเป่าผมเบาๆ ให้แห้ง เทียบกับออกไปข้างนอกแล้วผมแห้ง ผมจะมีความนุ่มที่แตกต่างกัน

9. จัดทรงผมตามต้องการ ใส่อาหารผมย้ำเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ปลายผม หรือใส่มูสจัดทรงผมตามต้องการ

จริงอยู่ที่เส้นผมที่สุขภาพดีมาจากสุขภาพของเราเอง อาหารที่เราทานเป็นประจำ เลือดของเราเอง แต่การบำรุงรักษา (Maintainance) เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เส้นผมสวยของเราอยู่กับเราได้นาน เคยเห็นไหมว่าหลายๆ คนเป็นคนรักษาของ บางคนใช้สิ่งของไม่นานก็เก่า คนที่รักษาสิ่งของมักจะทะนุถนอมสิ่งของเวลาใช้งาน ดูแลรักษา ทำความสะอาดเป็นประจำ เส้นผมก็เช่นกัน แต่เส้นผมต่างกันตรงที่ต้องทำความสะอาดบ่อย ดังนั้น หากขั้นตอนการทำความสะอาดผมและนวดผมไม่ทะนุถนอม ก็เหมือนกับเราทำลายซ้ำๆ เรื่อยๆ สุดท้ายเส้นผมเราก็จะบางลงในที่สุด การเลี้ยงเส้นผมให้ยาวต้องอาศัยเวลา หนึ่งปียาวได้แค่ไม่กี่เซ็นติเมตร (cm.) ร่วงแล้วก็ต้องรอยาวใหม่ซึ่งก็นาน อย่าลืมดูแลผมกันตั้งแต่ขั้นตอนแรก

 

2. การเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผม

การเลือกแชมพู : วัตถุประสงค์ของการใช้แชมพูเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่อยู่บนหนังศรีษะและเส้นผม ดังนั้นการทำความสะอาดเส้นผม ควรเลือกแชมพูที่อ่อนโยนที่เหมาะกับหนังศรีษะเป็นหลัก

1. หนังศรีษะแห้ง : ควรใช้แชมพูสำหรับผมแห้ง เนื่องจากแชมพูสำหรับหนังศรีษะแห้งจะใส่ Moisturizer เพิ่มขึ้นเพื่อเคลือบหนังศรีษะก่อนขั้นหนึ่ง
2. หนังศรีษะมัน : ควรใช้แชมพูสำหรับผมมัน เนื่องจากแชมพูสำหรับหนังศรีษะมันจะใส่ Moisturizer น้อยลงเพื่อไม่ให้ผมมันจนเกินไป

การพัฒนาสูตรของเรา จะเน้นเพื่อให้เส้นผมสุขภาพดีเป็นหลัก อาจมีคำถามว่าแล้วสำหรับผมดัดจะทำอย่างไร ในเมื่อความหมายของเส้นผมที่มีสุขภาพ คือ ต้องมีน้ำหนัก แต่ผมดัด ไม่ต้องการน้ำหนัก เนื่องจากหากเส้นผมหนักแล้วจะไม่เป็นลอนสวย เมื่อใช้สเปร์ (Spray) แล้วก็ต้องสระผมมากขึ้น ดังนั้น เราแนะนำให้ใช้สูตรตามหนังศรีษะ สำหรับผมแห้งบำรุงตามด้วยทรีตเม้นท์ (Treatment) แทนครีมนวดผม (Conditioner) บำรุงเส้นผมแทน สำหรับคนผมตรง ทำสี เลือกแชมพูตามหนังศรีษะตามปรกติ

การเลือกครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) : วัตถุของครีมนวดผมคือให้ความชุ่มชื่นกับเส้นผม ควรเลือกตามเส้นผมเป็นหลัก

1. เส้นผมสุขภาพปรกติ : ใช้ครีมนวดผม (Conditioner) ตามหนังศรีษะแห้งหรือมัน
2. เส้นผมเสีย ทำสี : ใช้ทรีตเม้นท์ (Treatment) ตามหนังศรีษะแห้งหรือมัน

 

3. การเลือกรับบริการร้านทำผม

การเลือกรับบริการร้านทำผม การบริการนั้น เป็นเรื่องของบุคคล ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ เป็นบุคลิกของแต่ละบุคคลที่ชอบเอาใจลูกค้า ดังนั้น ไม่เป็นความจริงที่ว่า ร้านที่แพงจะบริการดีกว่า ทั้งนี้ มีปัจจัยอยู่ 2 ส่วน

1. ความใส่ใจของเจ้าของร้าน ที่จะสังเกตุพฤติกรรมของพนักงานและเลือกรับพนักงาน
2. อุปนิสัยของพนักงานเอง

สังเกตุได้ตั้งแต่การสระผม ความตั้งใจในการสระผม สระละเอียดทุกเส้นผม เวลาใส่ครีมนวดผม (Conditoner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) ก็ค่อยๆ นวดหนังศรีษะและเส้นผม เพื่อให้ครีมนวดผมเครือบเส้นผมได้ดี ค่อยๆ สางผม เมื่อสระผมและนวดผมเสร็จแล้ว ก็ค่อยๆ เช็ด และเป่าผมเบาๆ เพื่อไม่ให้ผมพันกัน โดยเฉพาะผมเส้นเล็กและยาว มีโอกาสพันกันง่ายมาก การใส่ใจในการสระผมและนวดเส้มผม ทำให้โอกาสในการที่ผมพันกันน้อยลงเวลาเป่าผม ควรเป่าผมให้แห้งหมาดก่อนแล้วค่อยไดร์ผมหรือทำลอนผมจะง่ายขึ้น

การไดร์ผม ก่อนไดร์หรือทำลอนควรหวีก่อนรอบหนึ่ง เพื่อให้การไดร์หรือทำลอนไม่พันกัน หากเป็นผมเส้นใหญ่จะได้เปรียบกว่า เพราะผมไม่ค่อยพันอยู่แล้ว สำหรับผมที่พันกันหากไม่หวีก่อน เวลาไดร์ผมช่างส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนอุปกรณ์แต่จะไดร์ต่อไปเลย จะทำให้ผมขาด หลุดร่วงอีกเยอะ การไดร์ควรไดร์ค่อยๆ สังเกตุได้ง่ายมาก เวลาไดร์ผมเบาๆ ค่อยๆ เหมือนจะช้ามาก ค่อยๆ แบ่งผม แต่เวลาไดร์เสร็จแล้วแทนที่ผมจะแข็งกลับผมนุ่ม การเลือกรับบริการร้านแบบนี้ จะทำให้สามารถไดร์ผมได้บ่อยๆ อีกทั้งยังไม่ทำให้ผมเสีย เทียบกับร้านที่แบ่งผมทีละมากๆ เพื่อให้ไดร์เสร็จเร็วๆ ใช้ความร้อนเยอะๆ จะทำให้ผมเสียมาก ผมร่วงมาก ไดร์แล้วแทนที่ผมจะเงางามกลับด้านตรง

ดังนั้น สำหรับคนที่เข้าร้านทำผมเป็นประจำ ควรเลือกร้านที่ดูสะอาด ความใส่ใจดูได้จากการปรนนิบัติเส้นผมของเรา ไม่ได้รักเส้นผมเราเลย ก็ไม่ควรเลือกใช้บริการ การเอานิตยสารมาให้และน้ำมาให้ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องปรกติแล้ว เนื่องจากน้ำแก้วสำเร็จรูปปัจจุบันราคาเพียงแค่บาทเดียว ต้องยอมรับว่าราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับสถานที่และทำเลจริงๆ คงมีคนหลายๆ คนที่ทำผมชั้นยอดเยี่ยม ราคาแพงริบ บางครั้งตัดไม่ตรงก็มี เพราะคนเราก็ไม่ใช่เครื่องจักร สุดท้ายก็เหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับการเซ็ตผมทั้งนั้น เราต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่ดาราที่มีทีมช่างอยู่แล้ว โดยปรกติเวลาธรรมดาเค้าก็ทำตัวปรกติ เลือกทรงผมที่เข้ากับเค้าที่สุดและเซ็ตง่าย

เราไม่ควรเลือกร้านที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดีวางอยู่แล้วสรุปว่าร้านนั้นต้องบริการดี เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนประกอบของร้านเท่านั้น ไม่ใช่แก่นแท้ของการบริการ และเราเองก็สามารถหาเลือกซื้อของเราไปได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราคาดหวังคือการได้รับการเอาใจใส่ที่ดีของพนักงาน การทะนุถนอมเส้นผมของเราใกล้เคียงหรือเหมือนกับที่เราดูแล

 

 

 

หากอ่านแล้ว เห็นว่าบทความมีประโยชน์ อย่าลืมเข้าไปกด Like ที่หน้า Fan Page ได้ที่  www.facebook.com/welcome winter shampoo หรือ ติชมกันเข้ามาได้เลยนะคะ ทาง เวลคัม วินเทอร์ จะนำมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อตอบสนองความต้องการของ ชาว เวลคัม วินเทอร์ ต่อไป ขอขอบคุณในการติดตาม

 


1553 / 5 - 6 Soi Ladprao 43, Ladprao Road, Samsennok Subdistrict, Huaikwang District, Bangkok 10310
TEL : 02-511-1103, FAX : 02-511-1103, E - MAIL : welcomewintershampoo@gmail.com
Copyright @ 2013 P.R.Y. JEN (THAILAND) CO.,LTD. All right reserved.